กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
หทัยรัตน์ ดีประเสริฐ
qualitylife4444@gmail.com
มทร.ธัญบุรี ลงนามข้อตกลงดำเนินงานวิจัยและพัฒนาร่วมกันกับ บ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เพื่อ “การศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์” ต่อเนื่อง 5 ปีตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.2562-13 พ.ค.2567 เพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์ตั้งแต่กระบวนการคัดสายพันธุ์ ทดลองปลูกจริงบนพื้นที่ 60 ไร่ เพื่อคัดสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย
กรุงเทพธุรกิจ การลงนาม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือดำเนินการศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อ ประโยชน์ทางการแพทย์ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์ ที่ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการต้นแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ประกอบด้วยความร่วมมือในการพัฒนาสายพันธุ์ การทดลองเพาะปลูกเพื่อคัดสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย การวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านการแพทย์ ไปจนถึงการผลิตเป็นยาสมุนไพร ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงได้จริง
วิสิทธิ์ ล้อธรรมจักร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เผยว่า ตามที่กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องกัญชาให้สามารถดำเนินการวิจัยได้ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมี 2 หน่วยงานคือ คณะเทคโนโลยีการเกษตร และวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ควรมีงานวิจัยและการวิจัยรองรับ ตอบสนองต่อสังคมได้ มหาวิทยาลัยได้ลงนามความร่วมมือ “การศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์” โดยเป็นโครงการวิจัยต่อเนื่อง 5 ปี
ซึ่งทางมหาวิทยาลัยรับผิดชอบในส่วนของดำเนินโครงการวิจัย 1.การเพาะปลูก การเพาะปลูกในพื้นที่ปิดเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ โดยในกัญชามีสารออกฤทธิ์สำคัญ 2 ชนิดคือ สาร THC ที่สูง มีฤทธิ์มึนเมาและสาร CBD ที่มีสรรพคุณทางยาที่ แตกต่างกัน แต่มีฤทธิ์ทางการรักษา นอกจากนี้ยังมีปรับปรุงกระบวนการ ปลูกให้ได้ผลผลิตที่สูงที่สุด สะอาด ที่สุด ด้วยกัญชาที่ปลูกเพื่อทำสารตั้งต้นในการทำยาต้องปลอดจากโลหะหนัก สารฆ่าแมลง 2.การสกัด ทดสอบฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาจากตำรับยา ที่มีส่วนผสมของพืชกัญชา 3.ทดสอบประสิทธิผลของตำรับยาที่มีส่วนผสมของกัญชาในคน
การลงนามครั้งนี้ยังก่อให้เกิดความร่วมมือกับวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย ราชมงคลธัญบุรี เรื่องการทำยาตำรับ ซึ่งจะคัดเลือก 5 ตำรับยาสมุนไพรสำหรับการทำการทดลองผลิตในระดับอุตสาหกรรมและทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิผลในเซลล์และสัตว์ทดลอง
ซึ่งคณะเทคโนโลยีการเกษตรและวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยราชมงคลธัญบุรี จะคัดเลือกสายพันธุ์กัญชา 5 สายพันธุ์ โดย จะทำการทดลองปลูกในระบบปิด 150 ต้น สายพันธุ์ละ 30 ต้น เพื่อนำมาทดลองผลิตยา 5 ตำรับยาสมุนไพรและทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิผลในเซลล์และสัตว์ทดลองได้ โดยจะไปยื่นเอกสารเพื่อดำเนินการศึกษาวิจัยกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ใน วันที่ 15 พ.ค.นี้ ถ้าได้รับการอนุมัติ ซึ่ง คาดว่าจะเป็นปลายปีนี้ก็จะสามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้
“มหาวิทยาลัยมีพื้นที่ที่เตรียมไว้ปลูกเพื่อทำวิจัยที่คลองสามประมาณ 33 ไร่ และที่ จ.จันทบุรีอีก 500 ไร่ แต่ในเบื้องต้น จะทำการทดลองในระบบปิดที่คณะเทคโนโลยีการเกษตรประมาณ 150 ต้นเสียก่อน หากมีการขยายผลการดำเนินการ เราก็มีพื้นที่รองรับ”
ปัจจุบัน วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี จัดการเรียนการสอนหลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทยประยุกต์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสุขภาพและความงามหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มีสถานพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ราชมงคลธัญบุรี บัวสปา โรงงานผลิตยา ศูนย์ผลิตและบริการวิชาการผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม มีห้องปฏิบัติการสถานผลิตยาสมุนไพรมาตรฐาน GMP มีโรงงานผลิตยาสมุนไพรแผนโบราณ และมี สถานพยาบาลการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เชื่อว่าจะสามารถเป็นแหล่งสนับสนุนการทำการวิจัยที่สามารถนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์เพื่อให้เกิดนวัตกรรมที่เป็น ประโยชน์ต่อสังคมได้
สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงงานเภสัช อุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากคณะเทคโนโลยี การเกษตรทดลองเพาะปลูกเพื่อคัดสายพันธุ์ที่เหมาะกับสภาพอากาศประเทศไทย แล้วบริษัทได้เตรียมพื้นที่ของโรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี เป็นแปลงทดลองปลูกกัญชา เพื่อทำยาแผนโบราณ 60 ไร่ ที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
จากนั้นจะนำผลผลิตที่ได้มาให้วิทยาลัยแพทย์แผนไทยทดลองผลิตและทดสอบความปลอดภัยและประสิทธิผลในเซลล์และสัตว์ทดลองได้ ซึ่งเป็นการวิจัยเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านการแพทย์ ไปจนถึงการผลิตเป็นยาสมุนไพร คาดว่าขั้นตอนการ ยื่นขออนุญาตจะแล้วเสร็จในปลายปี จากนั้น ประมาณปีหน้าจะเริ่มดำเนินการได้ ขณะนี้ได้หารือกับวิสาหกิจชุมชน ซึ่งมีสมาชิกเกษตรกร ประมาณ 200 คน มีพื้นที่ในการรองรับการปลูกประมาณ 1,200 ไร่ ที่ อ.ละแม จ.ชุมพร และ จ.ลพบุรี ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้สิ่งที่ได้จากความร่วมมือในครั้งนี้ก็คือการพัฒนาสายพันธุ์และหาปัจจัยในการปลูกที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ได้สารสำคัญทางยา เช่นกระบวนการควบคุมความชื้น กระบวนการควบคุมอุณหภูมิและแสงแดด คาดว่าการลงทุนทำ Smart Farm เพื่อการปลูกกัญชา มีเป้าหมายผลิตดอกกัญชาแห้งได้ 20 กิโลกรัมต่อเดือนในปีแรก เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการทำวิจัยยาสมุนไพรและสารสกัดบริสุทธิ์สูง
“คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปีในกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนแรกไปจนถึงขั้นตอนการผลิตเป็นยาสมุนไพร ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เกิดการร่วมมือระหว่างภาควิชาการและภาคเอกชนที่นำจุดแข็งของแต่ละฝ่ายมาผนึกกำลังเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางด้านการแพทย์ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทั่วไป และหากในอนาคตมีการผลิตและวิจัยสกัดออกมาจนไม่มีผลข้างเคียงจะทำให้ประชาชนเข้าถึงยาที่มีคุณภาพในราคาที่ถูกลงเนื่องจากเป็นยาที่ผลิตใช้เองโดย คนไทย เป็นโอกาสให้ประเทศไทยขยายตลาดการส่งออกเพื่อหารายได้เข้าประเทศได้” สิทธิชัย กล่าว
สำหรับบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม มีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตยาเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดำเนินธุรกิจให้บริการ รับจ้างผลิตยาแผนปัจจุบันและ ยาแผนโบราณ มาตรฐาน GMP PIC/s และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมา กว่า 40 ปี
โดยปัจจุบัน บริษัทมีโรงงานผลิตยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณมาตรฐาน GMP PIC/s รวมถึงโรงงานผลิตอาหารเสริมมาตรฐาน GMP อีกทั้งมีบุคลากรแพทย์แผนไทย เภสัชกรแผนไทย เภสัชแผนปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งมีความพร้อมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อขายในประเทศและเพื่อการส่งออก

