เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
จากที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สนองนโยบายรัฐบาลคิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 0.5 ต่อปีสำหรับผู้ที่เรียนในสาขาวิชา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายและวิชาชีพสาขาขาดแคลนและเมื่อเรียนจบจะได้รับการพิจารณาปรับลดเงินต้น 30-50% นั้น..เรื่องนี้คนอุดมศึกษาคิดเห็นอย่างไร
เริ่มกันที่ ปณิธาน ปานสกุล “สไปร์ท” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา(มสบ.) บอกว่า เห็นด้วยที่ กยศ.ลดดอก เบี้ยและลดเงินต้นให้แก่ผู้กู้ยืมเรียนเพราะเป็นการส่งเสริมให้เด็กอยากเรียนแต่ไม่มีเงินทุนได้เรียนมากขึ้นรวมทั้งยังเป็นการกระตุ้นให้เด็กสนใจมาเรียนทางด้านอุตสาหกรรมมากขึ้นด้วยซึ่งจะมีผลต่อประเทศในอนาคตที่จะมีกำลังคนด้านอุตสาหกรรมที่จะไปพัฒนาประเทศ และสไปร์ท อยากให้มีการขยายนโยบายดังกล่าวไปให้แก่เด็กที่เรียนในสายอื่นด้วยเพื่อความเท่าเทียมกัน
“อาย” ขนิษฐา มาลาล้ำ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระ นครเหนือ (มจพ.) วิทยาเขตระยอง บอกว่า เมื่อรัฐบาลมีนโยบายให้ กยศ.ลดดอกเบี้ยและลดเงินต้นให้แก่ผู้กู้ยืมเรียนอายว่าก็ควรที่จะให้ทุกสายเพื่อความเท่าเทียมกันเพราะทุกอาชีพมีความสำคัญไม่แพ้กันอีกทั้งน่าจะให้เด็กที่เรียนสถาบันอุดมศึกษาก่อนเพราะจบออกมาสามารถไปพัฒนาประเทศได้เลยการลดดอกเบี้ยและลดเงินต้นให้แก่ผู้กู้ยืมเรียนในสายเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมก็เป็นเรื่องที่ดีทำให้คนอยากมาเรียนสายนี้มากขึ้นจบออกมามีงานทำและช่วยให้คนที่มีเงินทุนน้อยตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะเรียนต่อเพราะเสียเงินกู้ยืมเรียนไม่แพงและมีงานรออยู่แล้ว
กฤติน ทะรินทร์ “ออดี้” นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะครุศาสตร์ อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี บอกว่า เด็กที่จบทางด้านเทคโนโลยีหรืออุตสาหกรรมจะมีงานรออยู่แล้วอย่างที่ มทร.ธัญบุรีเด็กที่มาเรียนส่วนใหญ่จะได้ฝึกปฏิบัติทำให้สามารถทำงานได้จริงจึงทำให้มีสถานประกอบการมารอให้ไปทำงานด้วยเช่นกัน เมื่อ กยศ.ลดดอกเบี้ยและ ลดเงินต้นให้แก่ผู้กู้ ยืมเรียนกู้ยืมในสายเทคโนฯ หรือ 10 อุตสาห กรรมเป้าหมายน่าจะทำให้เด็กสนใจมาเรียนสายนี้มากขึ้นโดยเฉพาะเด็กที่อยากเรียนแต่ไม่มีเงินทุน อย่างไรก็ตามอยากให้ กยศ.ลดดอก เบี้ยและลดเงินต้นให้แก่เด็กที่กู้ยืมเรียนทุกสายเพื่อความเท่าเทียมกัน.

